ใครกันแน่ที่โกงใคร

posted on 05 Jan 2011 08:11 by annaniki
วันวานซืนเป็นวันที่รู้สึกแย่ๆอีกวันที่ผ่านมา
ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะเพิ่งวันปีใหม่มาเพียงไม่กี่วัน
แต่ก็ทำให้รู้จักนิสัยของคนบนโลกนี้มากขึ้น
วันนั้นฉันไปรับค่าแรงที่เจ้าของร้านขายของชำติดฉันอยู๋หลายกะด้วยกัน
ซึ่งฉันก็คิดว่าฉันน่าจะได้เงินครบตามจำนวนที่ค้างค่าแรงของฉันเอาไว้
แต่มันไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคิด เพราะว่าเจ้าของร้านไม่ได้จ่ายสองกะก่อนหน้านั้น
ในฐานะมนุษย์ที่ต้องกินต้องใช้อย่างฉันก็เลยต้องมีโวยกันบ้าง
เพราะมันไม่ใช่เงินน้อยๆสำหรับฉันเลย
ในฐานะที่ทำงานไม่ได้เบี้ยวไม่เคยไปสายไม่เคยงีบหลับใดๆ ก็ต้องการความเป็นธรรมบ้าง
ถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างถิ่นแต่ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบใครหรือให้ใครมาเปรียบเช่นกัน
เจ้าของร้านก็เถียงกับฉันว่าสองกะนั้นเค้าได้จ่ายมาแล้ว
แต่ฉันเองก็ยืนยันเช่นกันว่าคุณยังไม่ได้จ่าย
ฉันคิดว่าในเมื่อคุณทำการค้าแล้วคิดจะจ้างลูกจ้าง คุณควรจะทำงานให้มันมีระบบมากกว่านี้
ไม่ใช่คิดอยากจะพูดลอยๆว่าจ่ายตังค์ค่าจ้างให้ลูกน้องแล้วก็เอามาพูดได้
ถ้าเป็นอย่างงี้อย่าได้ริทำการค้าจะดีกว่ามั้ย
แต้มต่อลูกจ้างที่มาทำงานที่นี่หนึ่งปีก็ไม่ได้มีมากมายอะไร
แต่คุณเป็นถึงพลเมืองของที่นี่ไปแล้ว คุณยังคิดจะเอาเปรียบลูกจ้างตัวเล็กๆได้
ในที่สุดฉันก็ต้องยืนยันว่าฉันยังไม่ได้ค่าจ้างสองกะนั้นจริงๆ
เจ้าของร้านต้องการตัดปัญหาที่ฉันเอาไปเม้าท์ให้ใครต่อใครฟัง แล้วกลัวการเสียชื่อเสียงจนอาจทำธุรกิจไม่ได้
ก็เลยต้องจ่ายเงินค่าจ้างสองกะนั้นให้ฉันแต่โดยดี
แต่พูดตบท้ายด้วยว่า ให้ฉันไปคิดดูดีๆว่าตัวเขาได้จ่ายเงินแล้วรึยัง
ได้แต่นึกในใจว่า "ไอ้ห่า ที่ตรูเถียงกับมึงตั้งนานสองนาน ตรูก็ต้องแน่ใจดิวะ ว่าตรูยังไม่ได้จริงๆ"
ถ้าใครแวะมาซิดนีย์บริเวณในเมืองก็อย่าได้แวะไปซื้อของร้านขายของชำร้านไทยบริเวณ Kent Street
เป็นอันขาดนะคะ เพราะว่าเจ้าของร้านหน้าเลือดขายของแพง mark up สูงมากกกกกกกกกกกกกกก

ส่งความสุข

posted on 01 Jan 2011 10:37 by annaniki

เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2553 เป็นคืนแรกที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัว

เป็นคืนแรกที่ต้องอยู่ในช่วงนาทีสุดท้ายที่อยู๋ข้ามเข้าสู่ปีกระต่ายคนเดียว

ในสถานที่ไม่คุ้นเคย แต่เป็นคืนที่งดงามที่ได้ดูพลุชวงเวลาเค้าท์ดาวน์

ทั้งๆที่ตอนอยู่กรุงเทพก็ไม่เคยคิดที่จะไปเค้าท์ดาวน์ที่ไหน แต่ก็ได้อยู่กับครอบครัว ณ ช่วงเวลาข้ามปี

ผู้คนมากมายหลากหลายเชื้อชาติทั้งคนตะวันตกและตะวันออกต่างมากับคู่รักหรือไม่ก็เพื่อนสนิทด้วยกันทั้งนั้น

ฉันไม่รู้ว่าDarling Harbourจะมีสักกี่คนที่มาดูพลุคนเดียวอย่างฉันบ้าง

แต่ฉันนับว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ไม่ได้เลวร้าย

เพราะช่วงเวลาที่แสงสีจากพลุอันอลังการได้เริ่มจุดขึ้น

ฉันได้อธิษฐานในใจว่าขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับฉันและครอบครัว

ฉันได้ส่งข้อความอวยพรให้เพื่อนสนิทของฉันในเฟสบุ๊คมากมาย

ที่สำคัญฉันไม่ลืมที่จะอวยพรคนในครอบครัวของฉันเช่นกัน

เพราะฉันเชือว่าที่ฉันมีชีวิตได้ทุกวันนี้เพราะคำสั่งสอนของป่าป๊ากะหม่าม้า

แล้วเมื่อวานฉันก็ได้ส่งแมสเสทข้ามทวีปไปหาป่าป๊าครั้งแรก

ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยได้อวยพรให้ป๋าป้ากะหม่าม้ามาก่อน

แต่พาฉันได้เดินทางมาใช้ชีวิตในต่างแดน มันทำให้ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาป่าป๊ากะหม่าม้าเลี้ยงฉันมาดีมากแค่ไหน

ฉันอวยพรขอให้ป๊ะป้าและหม่าม้ามีความสุขและมีสุขภาพแข็งแรง และฉันก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของป่าป๊ากะหม่าม้ามาก

เช้าวันนี้มีหนึ่งข้อความในมือถือของฉัน นั้นคือข้อความจากป่าป๊า

ขอให้แอนมีความสุขและคิดสมปรารถนาจากพ่อ

ข้อความสั้นๆจากป่าป๊าคนที่ไม่เคยส่งแมสเสทหาใครมาก่อน

ภาษาไทยของป่าป๊าก็ไม่่ได้แข็งแรงอะไร แต่ป๊าก็ตั้งใจพิมพ์ส่งกลับมาให้

คนเป็นลูกอย่างฉันเล่นเอายิ้มแป้นอารมณ์ดีเลย

ไม่มีคำอวยพรใดๆจะประเสริฐเท่ากับคำอวยพรจากบุพการีของเราแล้วล่ะคะ